ก่อนจะเริ่มต้นหัวข้อ...
ผมข้องใจกับคำว่า "ปัจฉิมนิเทศ" มากๆ...
จะใช้อย่างไรถึงจะถูก
"ปัจฉิมนิเทศ" หรือ "ปัจฉิมนิเทศน์" กันแน่?
เพราะลองหาใน Google ในเว็บหน้าเดียวกัน พี่แกดันใช้ 2 คำควบคู่กันไปเลย...
ไอ้เราก็งงใหญ่ เอ้ย! แล้วใช้อะไกันแน่วะ!?
ก็เลยลองเข้าเว็บพจนานุกรมเว็บนี้ดู...
http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp
ลองหาคำว่า "ปัจฉิมนิเทศ" และ "ปัจฉิมนิเทศน์"
ปรากฏว่า ไม่มีความหมาย หรือ ค้นหาไม่เจอทั้ง 2 คำ
ก็เลยเปลี่ยนเป็นหาเฉพาะ "นิเทศ"
ซึ่งก็เจอแต่คำว่า "นิเทศ" แปลว่า

นิเทศ (แบบ) น. คําแสดง, คําจําแนกออก. ก. ชี้แจง, แสดง, จําแนก.
  (ป. นิทฺเทส; ส. นิรฺเทศ).

ส่วน "นิเทศน์" นั้น... หาไม่เจอครับ
ก็เอาเป็นว่า
ผมคิดนะว่า น่าจะเป็น "ปัจฉิมนิเทศ"
ผู้ใดชำนาญภาษาไทยโปรดบอกผมด้วยแล้วกัน เอิ้กๆ

เอิ่ม...
ต้องบอกว่า blog นี้ไม่ได้เครียดๆ หรือวิชาการอะไร
เจ้าของ blog ก็บ้าไปวันๆเหมือนกัน
ที่มาเขียนวันนี้ เพราะว่า จบการศึกษาแล้วครับ...
ซึ่งเมื่อวาน(วันศุกร์)ก็เป็นวันปัจฉิมนิเทศของโรงเรียนผม
ไม่รู้ว่า โรงเรียนอื่นเป็นอย่างไรบ้าง
แต่โรงเรียนผมได้เชิญพระ และก็หมอมาบรรยายในการ"ปัจฉิมนิเทศ"ครั้งนี้
พระท่านก็พูดดีครับ...
พูดเรื่อง ความไม่ประมาท แต่หลังๆมันเหมือนไม่ค่อยเข้าประเด็นกับเรื่องที่พูดแฮะ...
แต่ก็เป็นเรื่องธรรมะนั่นแหละครับ...
จากเท่าที่ฟัง ทั้งพระและหมอก็พูดเหมือนๆกันเลยก็คือ...
คนมักไม่ค่อยเข้าวัด
ไม่ใช่แค่ศาสนาพุทธหรอกครับ...
ศาสนาคริสต์คนก็มักไม่ค่อยเข้าโบสถ์
คนส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ไปเดินห้างสรรพสินค้ากันหมด...
วัด โบสถ์อะไรคนเค้าไม่ค่อยเข้าหรอกครับ
เข้าก็เฉพาะตอนทุกข์ใจน่ะแหละครับ...
อันนี้ เค้าพูดถึงสังคมชั้นกลางเป็นต้นไปนะครับ
เวลาไม่ทุกข์ใจก็ไม่เข้าไปทำบุญ ฟังธรรมหรอกครับ...
บางทีก็แค่ทำบุญ ขอหวย อย่างเดียว ไม่เข้าไปฟังธรรม
ซึ่งพระธรรมคือสิ่งที่แก้ปัญหาได้ดีกว่าการทำบุญอีกนะครับ
เพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสมาแล้ว
และให้ประชาชนทั้งหลายลองพิสูจน์กันดูว่าเป็นจริงเพียงไร

ผมก็... อืม จริงว่ะ
กรุเข้าแต่ห้างฯจริงๆด้วย เข้าวัดเข้าวาก็ไม่ค่อยเข้าเลยว่ะ
เข้าก็ตอนไหว้ขอพรจะสอบให้เข้ามหาวิทยาลัยติดจริงๆด้วย
ก็คิดๆไป

ต่อมา... หมอก็มาพูดต่อ
นายแพทย์ก็พูดเรื่องเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์น่ะแหละครับ...
อ้อ! ผมบอกไปยังครับเนี่ย ว่าโรงเรียนผมเป็นโรงเรียนให้นักเรียนเป็นนักวิยาศาสตร์น่ะครับ...
แต่ผู้ปกครองที่ฝากฝังเข้าไป ไม่เห็นจะรู้ถึงจุดนี้เลย...
หวังให้ลูกเป็นหมอท่าเดียว
ส่วนตัวผมเหรอครับ... อยากเป็นมานานแล้วครับ... พ่อแม่ไม่บังคับอะไรหรอก
แต่ก็ใจไม่รักดีต่อโรงเรียนจริงๆน่ะแหละ

กลับมาเข้าเรื่องดีกว่าครับ...
หมอก็บอกว่า เค้าวิจัยมาแล้วว่า
ประเทศไทยติดอันดับคอรัปชันและอาชญากรรมเป็นอันดับต้นๆของโลก
ก็คงจะจริงน่ะแหละครับ...
เพราะหนังสือพิมพ์ก็มีแต่ 2 เรื่องนี้ที่พาดหัวกันทุกวัน
ไม่ฆ่ากัน ก็ กินประเทศจนขวานบิ่น 2 เรื่องนี้แหละครับ...
หมอก็บอกต่ออีกว่า บริษัทของประเทศไทยที่เป็น international จริงๆมีแค่ 2 บริษัท
คือ การบินไทย กะ red bull

ไอ้ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ... ว่าจริงเท็จเพียงไร
(red bull กับ เบียร์ช้าง เจ้าของเดียวกันครับ แม่บอกมา)

นอกจากนี้ คุณหมอก็ยังพูดเรื่องต่างๆ
เช่น สิ่งที่คนไทยพอสู้กับต่างประเทศมี 3 อย่าง คือ 1.การโรงแรม 2.การแพทย์ 3.การเกษตร
อืม... อันนี้ก็จริงนะ การโรงแรม เขาคงเหมาไปถึงการท่องเที่ยวน่ะแหละ
แล้วหมอเค้าก็พูดเรื่องเกี่ยวกับการปลูกฝังในการวิจัยต่างๆ

แต่ที่ผมฟังแล้วรู้สึกกระทบใจมีอยู่ 2 เรื่องครับ...
คือ ประเทศญี่ปุ่นกับเกาหลี บุคคลที่ได้สวัสดิการสูงๆเนี่ย ส่วนใหญ่เป็น ครู ครับ...
พูดง่ายๆ เค้าเห็นว่า ครู คืออาชีพที่สำคัญมากๆครับ...
เพราะตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไปเด็กจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครู จริงไหมครับ?
(แต่อันนี้ ผมก็กึ่งๆไม่เห็นด้วยนะ เพราะ ญี่ปุ่นกับไทย การศึกษาน่าจะคล้ายๆกัน
คือ เครียดพอๆกัน เด็กญี่ปุ่นแต่งตัวแรงๆเพราะอะไร ก็ดูจากการศึกษาที่กดดันเด็กกันเองแล้วกันครับ)

ส่วนอีกอย่างนึงก็คือ
ทำไมคนไทยถึงไม่ได้เป็น CEO ของโรงแรมใหญ่ๆ?
ท่านก็ยกตัวอย่าง ดุสิตธานี
ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่เป็นต่างชาติทั้งสิ้น...
ทำไมล่ะ?
ทั้งๆที่ คนไทยเราได้ชื่อว่าเป็นผู้บริการที่ดี แต่ทำไมถึงไม่ได้เป็นใหญ่กับเขาสักที
ท่านก็บอกว่า เพราะ คนไทยขาด 2 อย่าง
1. ภาษา
2. ความรับผิดชอบ

คนไทยมีนิสัยที่ไม่สามารถเป็นใหญ่ได้ 1 อย่างก็คือ
เงินเดือน 100 บาท คนไทยจะทำแค่ 80 บาท
พูดง่ายๆ คือ คนไทยชอบทำแบบขอไปที
มาหลังเจ้านาย แต่ดันเลิกพร้อมเจ้านาย
คนฝรั่งเค้าเงินเดือน 100 บาท แต่เค้าทำ 120 บาท
อีก 20 บาทเป็นค่าทำงานล่วงเวลาที่เขาสามารถศึกษาต่างๆได้เลยว่า
ควรทำอย่างไรที่จะพัฒนาตัวเองได้
นิสัยเสียอีกอย่างของไทยคือ คนไทยอยากรวยเร็ว
ไม่มีหรอกครับ... ไอ้วิธีนี้เนี่ย
เราต้องทำงานทั้งนั้นแหละครับ... ถึงได้เงิน
ถึงได้รวย
ถ้าเราทำแบบขอไปที มาสายเลิกก่อน ก็ไม่มีทางรวยได้หรอก...

ผมฟังแล้วก็.... อืม...
จริงว่ะ
ที่ผมเจอนะ ส่วนใหญ่ก็ขอไปทีกันทั้งนั้น
ทำ OT บางทีไม่ตั้งใจทำหรอก แต่เพราะมันไม่เสร็จ ก็เลยขอไปที
บางครั้ง เราไม่ได้ตั้งใจทำน่ะ
เราก็เลยไม่มีความรับผิดชอบ...

ก็... ไม่รู้ว่าสิ่งที่หมอพูดมาจะถูกผิดมากน้อยเพียงใด
ผมอาจจะถ่ายทอดไม่ดีนะครับ...
บอกตรงๆ ผมก็ไม่ใช่นักถ่ายทอดที่ดีเท่าไร

แต่ผมเป็นนักฟังที่ดีครับ...

ปล. Best Band ประจำเดือนกุมภาพันธ์เดี๋ยวจะเขียนให้เร็วที่สุดครับ...
จะเข้าเดือน 4 เข้าไปแล้วนะเนี่ย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ปัจฉิมนิเทศ ถูกแล้วครับ

ปัจฉิม เป็น คำเดียวกับ ปัจจิม ประจิม ปราจีน ตรงกันข้ามกับ บูรพา

#1 By อิสวาสุ (71.114.54.31) on 2009-06-07 17:14