ก่อนอื่น ต้องบอกว่า มันไม่ใช่ชื่อหนังแต่อย่างใด...

เพราะมันคือชีวิตจริงล้วนๆ

กลับมาแล้วครับ...
หลังจากหายไป 4-5 วัน
ไปทำอะไรมานั้น ย่อมรู้กันดี...
ผมไปรบมานั่นเอง
ตอนนี้ ก็เสร็จสิ้นแล้วล่ะครับ...
รอผลสอบว่ามันจะหัว หรือก้อย แค่นั้นเอง...
แต่ที่ผมอยากจะมาเขียนในวันนี้
ผมอยากจะบอกน้องๆ ม.5 ครบ หรือน้องๆที่อายุน้อยกว่าผม...

ถึงเรื่องราวของ ชีวิตของเด็กเอนท์

แน่นอนครับ... ชีวิตของผมไม่เหมือนของ พี่เปอร์ อย่าง final score หรอกนะครับ...
เพราะผมอยู่โรงเรียนประจำ
ซึ่งพูดถึงโรงเรียนประจำแล้ว... มันก็คือความประจำ ที่มันซ้ำซากจำเจ นั่นเอง...
อยู่กันจนเบื่อถึง 3 ปีอ่ะครับ
และผมก็ไม่ได้เฮ้วๆกับเพื่อน เฮฮากับเพื่อนมากมาย...
มันมีจุดชีวิตที่ทำให้ผมขาดหายมันไป...
ผมรู้สึกว่า ชีวิตของผมไม่ได้เป็นวัยรุ่น... คือจากเด็กแล้วเป็นผู้ใหญ่เลย...
เพราะจุดๆหนึ่งในชีวิตเท่านั้นเองครับ...
ไว้วันหลังผมจะมาเล่านะครับ

เอาล่ะ... เล่าซะยาว
ขอบอกก่อนเริ่มเลยแล้วกัน...
ผมหวังหมอครับ... อยากเป็นหมอ...
และอย่างที่สอง ผมไม่ได้โดนกดดันจากครอบครัวด้วยครับ... ผมเลือกมันเอง
ผมอยากเป็นเอง
แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้สมกับที่คาดหวังเล้ยยยยยยยยยยยยย
เรียกได้ว่า ชีวิตผมเริ่มมาอ่านจริงๆก็ตอน 2-3 เดือนของการเปิดเทอมผ่านมาแล้ว...
ซึ่งแน่นอนครับ... ช่วงนั้นเริ่มมีการสมัครสอบตรงของมหาวิทยาลัยต่างๆ
ผมก็เริ่มอ่านตั้งแต่ตอนนั้นแหละครับ...
แต่ก็อ่านแบบเรื่อยๆน่ะ... ไม่ได้กังวลเท่าไร
พอผลสอบมันออกมานั่นล่ะครับ... ถึงได้รู้
ว่าถ้ากูไม่อ่านตอนนี้แล้ว ชาติหน้าก็ไม่รู้ว่าแม่งจะติดแพทย์หรือเปล่า
ผมก็อ่านๆ ทำข้อสอบๆ เรื่อยๆ ก่อนหน้า o-net ประมาณ 2เดือน
2 เดือน ผมถือว่า มันล่อแหลมมากนะครับ...
ลองคิดดู สิ่งคุณเรียนรู้มาตลอด 3 ปี ต้องอัดมันลงไปภายใน 2 เดือน...
มันจะยัดหมดไหมครับ... ไม่แน่นอน
แต่ทำไงได้ครับ... ผมก็ต้องอ่าน ทำแบบทดสอบเป็นหลัก เพราะว่ามันก็เป็นแนวได้...

ยิ่งใกล้วันสอบ ยิ่งเสียวครับ...
ใจหนึ่งก็อยากสอบให้มันจบๆกันไป เอาไปเลยวะ หัวก้อยกูก็อยากรู้แล้ว
อีกใจหนึ่งก็กลัวไม่กล้าสอบ เพราะเรายังไม่อ่านมาเต็มที่เลย...


ช่วงนั้นผมเครียดมากครับ...
เนื่องด้วยว่า ใกล้สอบ ผมเลยไม่มีเวลาจัดห้อง
ฝุ่นก็เต็มห้องนอน... เพื่อนผมทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผมก็ไอกันแค่กๆทุกวัน...
แต่ไม่มีใครมาปัดกวาดซักคน เพราะต่างคนต่างก็อ่านหนังสือ
ซึ่งว่าความเห็นแก่ตัวกันไม่ได้หรอกครับ... เพราะถึงเวลาเราก็ต้องเบียดที่เพื่อเข้าไปนั่งในมหาวิยาลัยอยู่ดี

นอกจากภูมิแพ้แล้ว...
ผมก็ร่วงด้วยครับ...
คิดดู หัวก็เถิกอยู่แล้ว มันยังร่วงอีกอ่ะ....
Swenson จะช่วยปลูกผมให้ผมใหม่ไหมยังไม่รู้เลย
ไหนจะถ่ายเป็นเลือดอีก...
เพราะผมกินไม่เป็นเวลาครับ แล้วกินไม่ถูกหลักด้วย...
คือไม่กินผักมาเกือบ 3-4 เดือนแล้วครับ...
กินน้อยมากๆ จนมันถ่ายเป็นเลือดอ่ะ...

และแล้วก็มาถึงการสอบ...
o-net แล้วก็ a-net
ไอ้ a-net นี่แหละครับ...
ผมล่ะอยากร้องไห้
ผมเข้าห้องสอบคณิตศาสตร์ด้วยความมาดมั่น แต่กลับมาเกือบจะร้องไห้
ทำไม มันยากอย่างนี้วะ...

อยากบอกน้องๆเลยนะครับว่า มันยากมาก
ข้อสอบ 35 ข้อ ไม่ได้หมายความว่า น้องต้องคิด 35 ข้อนะครับ
เพราะ 1 ข้อมันมีอีก 2 ข้อย่อย ให้น้องคิด
และตอบมันว่า ถูกกี่ข้อ...
แม่งเอ้ย... แค่ข้อแรกก็คิดไม่ทันแล้วเว่ย...........
แล้วเติมคำตอบ 10 ข้อก็หนักยิ่งกว่าอีก
มันให้ฝนให้หมดในการเติมคำตอบ
ว่าง่ายๆ สมมติว่าข้อนั้นมันตอบ 7
น้องก็ต้องฝนตั้ง 00007.00
ก็คือต้องฝนตั้ง 0หลักหมื่น ถึง 0ที่เป็นจุดตำแหน่งที่ 2
เห้ย! ใครได้ 100 เต็มนะ ผมกราบเบญจางคประดิษฐ์เลยอ่ะ!
คิดเร็วอย่างเดียวไม่พอ
มันต้องฝนเทพด้วย!!!!!!!

ทำเสร็จ... แทบไม่หวังเลยอ่ะ...
ท้อเลย...

จนสุดท้ายมันก็ผ่านพ้นไป
มันก็สอบเสร็จแล้ว... จบแล้ว...
เห้อ.........

ผมฝากน้องๆนะ
ผมเห็นด้วยนะว่า เอนท์ทรานซ์ไม่ใช่ทุกสิ่ง มันไม่ได้ตัดสินชีวิตน้องหรอก...
แต่ ความุ่งมั่นต่างหากล่ะ... ที่จะทำให้น้องประสบความสำเร็จ
แม้น้องเอนท์ไม่ติด... แต่ถ้าน้องได้ลองมุ่งมั่นกับมันแล้ว...
น้องก็ประสบความสำเร็จในอนาคตแล้วล่ะ...

มีบางคนถามว่า ทำไมเราไม่ประสบความสำเร็จ?
คนที่มุ่งมั่นเค้าไม่มีวันถามคำถามแบบนี้หรอกนะ

เพราะเค้าเชื่ออยู่แล้วว่า เค้าต้องประสบความสำเร็จ

เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้นะ พี่เชื่อว่าผลลัพธ์มันต้องออกมาดีแน่นอน
เลือกทางเดินให้ได้... ไม่ว่าทางไหน ถ้ามุ่งมั่น... มันจะประสบความสำเร็จแน่นอน

ถึงผู้ปกครอง...
ผมรู้นะครับว่า พ่อ-แม่บางคนหวังดีต่อลูก...
แต่ความหวังดีบางครั้ง... มันก็ทำลายความหวังของลูกๆได้เหมือนกันนะครับ
ลูกๆเป็นคน... คนที่เกิดมาเพื่อทำสิ่งที่เขาอยากทำ
เพราะเขาคือ 1 ชีวิตบนโลกนี้
พ่อ-แม่ คือบบุคคลที่ให้คำแนะนำ จูงลูกให้เดินถูกทาง...
เมื่อถึงเวลา... เราก็ต้องปล่อยเค้าไปอยู่ดีนั่นแหละครับ...
อย่าไปคาดหวังเขามาก...
เขามุ่งมั่น แล้วทำได้แค่นั้น แค่นี้ ผมว่าดีที่สุดของเขาแล้วล่ะครับ...
คนเราไม่ได้มีความสำเร็จอยู่ที่จุดๆเดียว
เพราะฉะนั้น ความสำเร็จของเขาอาจไม่ใช่สิ่งที่เราหวังเสมอไปหรอกครับ...
แม่ผมบอกไว้ว่า...
ลูกจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ขอให้ลูกมีความสุข และทำให้ผู้อื่นมีความสุข แค่นั้นแม่ก็ภูมิใจในตัวลูกแล้วล่ะ...
ขอบคุณพ่อ และ แม่ มากครับที่ช่วยให้กำลังใจ และประคับประคองผมเสมอ

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า...
สอบเสร็จแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย

ปล. พี่ตุ้มเป๊ะครับ tag ทำบุญออนไลน์ผมทำเป็นแบบสาธารณะได้ไหมอ่ะครับ...
เพราะคนใน favourite ผมไม่พอ 9 คนอ่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่คิดว่าจะเครียดกันขนาดนี้ sad smile ว่าแต่ถ่ายเป็นเลือดดีแล้วยัง...บรรยายตัวเองซะขนาดนี้ เด็กผมน้อย open-mounthed smile

เรื่องแท็กไม่เป็นทำแบบไม่ส่งต่อ หรือจะเปิดให้ใครๆเข้ามารับได้ทั้งนั้นจ๊ะ และนี่แหละแท็ก confused smile

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-11 21:43

confused smile จบ ม. 6 มาเอนท์ เหมือนจะเป็นจุดหมายปลายทาง..ณ ตอนนี้
แต่มันยังเป็นแค่จุดเริ่มของชีวิต...เท่านั้นเอง
ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้มนะคะ...
ขอให้ติดหมออย่างที่ตั้งใจค่ะconfused smile

#2 By (^_^)/nana on 2008-03-11 21:44

อ่ะ พิมพ์ตกอ่ะ ตั้งใจจะพิมพ์ว่า

เรื่องแท็กไม่เป็นไร ทำแบบไม่ส่งต่อ

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-11 21:44

มันเครียดจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จบแล้วววว เราก็ดี ใจสุดยอดดดดดด

ความทรมาน สิ้นสุด ซะที!!

ขอให้ได้หมออย่างที่ตั้งใจนะค่ะ
แต่เราว่า ปีนี้ มันยากส์ จริงๆให้ตาย open-mounthed smile

#4 By PaBaJa on 2008-03-11 21:47

พี่ตุ้มเป๊ะ - ดีขึ้นแล้วล่ะครับ...
มันก็ไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาหรอกนะครับ...
เพียงแต่มันมีเลือดออกมานิดหน่อยอ่ะ...
ตอนแรกก็ตกใจเหมือกัน แต่แม่ก็ช่วยให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดีเลยครับ...confused smile

#5 By ::~BilNZ~:: on 2008-03-11 22:05

อย่างน้อยก็ถือว่าผ่านมาแล้วนะ
สบายใจได้เลยครับ ขอให้ได้แพทย์ครับ confused smile

ปล.อะไรจะเครียดขนาดนั้น sad smile

#6 By ปิงกรู on 2008-03-11 22:17